มติมหาเถรสมาคม
ครั้งที่ 20/2568
มติที่ 650/2568
เรื่อง โปรดประทานพระคติธรรม และประกาศแนวปฏิบัติในการส่งมอบข้อมูลของวัด
ในการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๒๐/๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๘ เลขาธิการมหาเถรสมาคม เสนอว่า ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ปารีณา ศรีวนิชย์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามและเสริมสร้างความมั่นคงในพระพุทธศาสนา ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๒๒/๒๕๖๘ ลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการดังกล่าวมาตามลำดับ จึงจัดทำและเสนอแนวนโยบายด้านธรรมาภิบาลในการเสริมสร้างความมั่นคงในพระพุทธศาสนา มีรายละเอียดโดยสรุป ดังนี้ ๑. การคุ้มครองและปฏิบัติต่อคณะสงฆ์ตามจารีตประเพณี กำหนดมาตรการให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อพระภิกษุสามเณรด้วยความสุภาพ เคารพในเพศบรรพชิต ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีของคณะสงฆ์ในทุกกรณี ๒. การประสานงานและแจ้งล่วงหน้า ในการดำเนินการลงพื้นที่เกี่ยวกับกิจการคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา ต้องมีการประสานงาน กับเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดล่วงหน้า เพื่อบูรณาการการปฏิบัติ พร้อมระบุวัตถุประสงค์และขอบเขตการปฏิบัติอย่างชัดเจน ๓. การปฏิบัติงานร่วมอย่างมีมาตรฐาน จัดให้มีคู่มือและแนวปฏิบัติร่วม (Joint SOP) ระหว่างสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หน่วยงานด้านความมั่นคง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และ ลดข้อขัดแย้งหรือความสับสนลักลั่นในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ๔. การกำกับดูแลข้อมูลและความปลอดภัย กำหนดมาตรการคุ้มครองข้อมูลของคณะสงฆ์ วัด และองค์กรทางพระพุทธศาสนาให้เป็นไปตามหลักกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และใช้ข้อมูลเฉพาะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ๕. การเสริมสร้างความมั่นคงโดยยึดหลักธรรมาภิบาล ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงความโปร่งใส ความรับผิดชอบ การมีส่วนร่วม ความเสมอภาค และการยึดหลักนิติธรรม ทั้งนี้ คฤหัสถ์ผู้ปฏิบัติงาน ต้องทำความเข้าใจพระธรรมวินัยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์อย่างถ่องแท้ก่อน เพื่อให้การปฎิบัติเป็นไปโดยชอบด้วยพระธรรมวินัยและกฎหมาย มิเป็นไปโดยพลการหรือมิติความเข้าใจภาคคฤหัสถ์แต่ส่วนเดียว ๖. การจัดการกรณีเกี่ยวข้องกับพระวินัยและกฎหมาย ให้เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด เป็นผู้ดำเนินการด้านพระวินัย เว้นแต่ในกรณีความผิดอาญา ที่ปรากฏซึ่งหน้าหรือมีพยานหลักฐานอย่างชัดแจ้ง เช่น คดียาเสพติด หรืออาชญากรรมร้ายแรง ซึ่งให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายดำเนินการโดยเร่งด่วน ทั้งนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ต้องจัดให้มีการประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเป็นรูปธรรม ๗. การติดตาม ประเมินผล และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จัดให้มีคณะทำงานติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายนี้ อย่างสม่ำเสมอ พร้อมประเมิน และปรับปรุงแนวทางให้เหมาะสมต่อสภาพการณ์ เพื่อรักษาความมั่นคงและศักดิ์ศรีของคณะสงฆ์ และกิจการพระพุทธศาสนาอย่างยั่งยืน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เห็นควรนำเสนอมหาเถรสมาคมเพื่อโปรดพิจารณา ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้ ๑. ให้จัดทำคู่มือในการปฏิบัติงานบูรณาการสำรวจข้อมูลเพื่อคุ้มครองพระพุทธศาสนา โดยมีคณะทำงานในการพิจารณาจัดทำ ทั้งนี้ มหาเถรสมาคมเสนอรายนามองค์ประกอบคณะทำงาน เพื่อจัดทำคู่มือร่วมกับคณะทำงานจากหน่วยราชการฝ่ายความมั่นคง ดังนี้ ๑) ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษาคณะทำงาน ๒) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ปารีณา ศรีวนิชย์ ประธานคณะทำงาน ๓) ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม คณะทำงาน ๔) ผู้อำนวยการกลุ่มคุ้มครองพระพุทธศาสนา คณะทำงานและเลขานุการ ๒. มอบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ๓. ให้ชะลอปฏิบัติการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไว้ก่อน จนกว่าการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานบูรณาการสำรวจข้อมูลเพื่อคุ้มครองพระพุทธศาสนาแล้วเสร็จ ๔. เมื่อจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานบูรณาการสำรวจข้อมูลเพื่อคุ้มครองพระพุทธศาสนาแล้วเสร็จ ให้นำเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาเห็นชอบก่อนนำออกใช้ปฏิบัติการ ๕. ให้ดำเนินการได้ทันที โดยไม่ต้องรอรับรองรายงานการประชุม
เอกสารประกอบเพิ่มเติม
เอกสารประกอบ 1 : 20130868_650 โปรดประทานพระคติธรรม และปากาศแนวปฏิบัติในการส่งมอบข้อมูลของวัด_0001.pdf (2.23 mb)
จำนวนเข้าดู : 329
ปรับปรุงล่าสุด : 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568 18:03:49
ข้อมูลเมื่อ : 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568 17:58:45